เปรียบเทียบฟีเจอร์ LINE, Telegram และ Facebook Messenger แอปแชทตัวไหนน่าใช้สุด?โหลด เกม ยู ริ 4 ฟรี

广告位

เปรียบเทียบฟีเจอร์ LINE, Telegram และ Facebook Messenger แอปแชทตัวไหนน่าใช้สุด?【โหลด เกม ยู ริ 4 ฟรี

โหลด เกม ยู ริ 4 ฟรี

เปรียบเทียบฟีเจอร์ LINE, Telegram และ Facebook Messenger แอปแชทตัวไหนน่าใช้สุด?โหลด เกม ยู ริ 4 ฟรี

ปัจจุบันแอปพลิเคชันสำหรับ การแชท (Chat) หรือแอปสำหรับการรับส่งข้อความแบบ Instant Massaging กลายเป็นแอปสามัญประจำเครื่องที่ขาดไม่ได้พอ ๆ กับมือถือเลยก็ว่าได้ เพราะมีความสะดวกในการติดต่อกับผู้อื่น ทั้งในเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องงาน บวกกับความยืดหยุ่นในการโต้ตอบที่มากกว่าการติดต่อรูปแบบอื่น ๆ ทำให้บรรดาแอปแชทต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทกับเราแทบทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน

แน่นอนว่าทั่วทั้งโลกมีแอปแชทให้เลือกใช้กันหลากหลายเจ้านับไม่ถ้วน แต่จะมีเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้นที่ครองตลาดประเทศใดประเทศหนึ่งเอาไว้ได้ เพราะหากแอปไหนมีคนใช้อยู่เยอะ คนก็มักจะต้องใช้ตาม ๆ กันเพื่อให้สามารถติดต่อกับผู้อื่นได้ง่าย ประเทศไทยเองก็มีอยู่ 3 เจ้าหลัก ๆ ได้แก่ LINE, Facebook Messenger และ Telegram ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละแอปเปรียบเทียบให้ได้ชมกันว่า แอปใดในปี 2021 ถือได้ว่าเป็นแอปแชทที่ฟีเจอร์ครบครัน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้หลายด้านที่สุด หรือใช้งานสะดวกที่สุด ณ เวลานี้

ภาพรวมของแอปพลิเคชัน LINE

หากพูดถึงหนึ่งในแอปสามัญประจำเครื่องของคนไทย แน่นอนว่าตำแหน่งแอปแชทยอดนิยมที่สุด ณ ขณะนี้ คงหนีไม่พ้น LINE หรือ ไลน์ ปัจจุบัน LINE ครองแชมป์แอปแชทอันดับ 1 ที่คนไทยใช้งานต่อเนื่องมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ใช้รวมกันมากกว่า 50 ล้านบัญชีแล้ว (ข้อมูลจาก Thairath เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 64)

อย่างที่ทราบกันดีว่า LINE เป็นแอปที่โดดเด่นมากในเรื่องของ สติกเกอร์ และธีม ที่สามารถหาซื้อได้จากร้านค้าในตัว ปัจจุบันมีสติกเกอร์ไลน์ให้เลือกซื้อจำนวนกว่า 6 ล้านชุด รวมถึงธีมและอีโมจิต่าง ๆ ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเด่นสำคัญอย่างมากของ LINE ที่ครองใจคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ LINE ยังเด่นในเรื่องของฟิลเตอร์วิดีโอคอลที่มีให้เลือกเยอะ ทั้งในรูปแบบสีสัน ตัวการ์ตูน หรือกระทั่งมินิเกมที่สามารถเล่นได้ ให้เลือกปรับแต่งกันได้ตามใจชอบ

เริ่มมีกระแสไม่เห็นด้วยกับการใช้ LINE เป็นแอปแชทหลัก

อย่างไรก็ตาม โลกออนไลน์เริ่มมีประเด็นถกเถียงพูดถึงแอป LINE ว่าเป็นแอปแชทที่ค่อนข้างมีปัญหาในการใช้งานหลายด้าน ซึ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับแอปเจ้าอื่นในตลาด จะพบว่า LINE ยังมีฟีเจอร์ที่เป็นข้อจำกัดอยู่ค่อนข้างเยอะในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น

login เข้าใช้บนอุปกรณ์ที่ทำพร้อมกันหลายเครื่องไม่ได้ ได้เฉพาะมือถือ 1 เครื่อง กับบน PC / iPad ได้อีก 1 เครื่องไม่เก็บประวัติข้อความแชทไว้แบบออนไลน์ ผู้ใช้ต้อง backup ข้อมูลด้วยตัวเองผ่าน cloud ส่วนตัว เช่น Google Drive หรือ iCloud เท่านั้นกินพื้นที่เครื่องสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากตัวแอปเก็บประวัติแชทและ Cache จำนวนมาก ไว้ในเครื่องแบบออฟไลน์ทั้งหมดย้ายข้อมูล ข้ามแพลตฟอร์มไม่ได้ เช่นหากย้ายบัญชีจาก iOS ไป login บน Android จะไม่สามารถนำประวัติการแชทเดิมกลับมาด้วยได้ไฟล์ต่าง ๆ มีวันหมดอายุ เช่น รูปภาพ วิดีโอ เอกสาร และอื่น ๆ หากไม่ทำการ backup จะหมดอายุภายใน 15 วัน

หลายคนให้ความเห็นว่าปัญหาของ LINE เหล่านี้สร้างภาระและลดความยืดหยุ่นในการใช้งานลงพอสมควร ซึ่งเป็นเวลากว่าหลายปีที่ทาง LINE ไม่มีท่าทีจะแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟีเจอร์เหล่านี้ขึ้นมา ในขณะที่แอปอื่น ๆ แก้ปัญหาเหล่านี้กันได้จนเป็นเรื่องปกติแล้ว หรือแม้ระยะหลัง LINE จะมีเครื่องมือใหม่ ๆ ที่พัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้เพิ่มขึ้น เช่น LINE Keep สำหรับเก็บไฟล์ หรือแชทกลุ่มแบบ OpenChat ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น (เก็บไฟล์ได้นานขึ้นถึง 6 เดือน) แต่ก็ยังคงไม่ตอบโจทย์การทำงานโดยรวม คนไทยส่วนหนึ่งจึงพยายามรณรงค์ให้มีการย้ายไปใช้แอปอื่นเป็นแอปแชทคุยงานแทน LINE กันมากขึ้น

ภาพรวมของแอป Facebook Messenger

สำหรับ Facebook Messenger ปัจจุบันถือเป็นแอปแชทที่ได้รับความนิยมสูงมากในหมู่คนไทยไม่แพ้ LINE ด้วยจำนวนยอดดาวน์โหลดสูงที่สุดในบรรดาแอปแชททั้งหมด บวกกับอยู่บน ecosystem เดียวกับ Facebook ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักที่คนไทยใช้กันอยู่มากที่สุด แถมข้อจำกัดไม่เยอะเหมือน LINE ทำให้ Messenger ก็ยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน แม้จะเปิดให้บริการมานานกว่าใครตั้งแต่ปี 2011

Messenger เองก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอปแชทที่มีฟีเจอร์ค่อนข้างครบ มีฟิลเตอร์ที่โดดเด่นไม่แพ้ LINE แถมยังมีคลังสติกเกอร์น่ารัก ๆ ให้ใช้งานกันแบบฟรี ๆ สามารถสร้างสติกเกอร์ตัวละครของตัวเองขึ้นมาได้ด้วย นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกในการติดต่อกับร้านค้าเพจธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่บน Facebook ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนี่ถือเป็นจุดขายเดียวที่แอปอื่นยากจะเอาชนะได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีข้อถกเถียงเรื่องความน่าใช้หรือถูกเปรียบเทียบฟีเจอร์กับแอปอื่นโดยตรง แต่ Messenger กลับยังเป็นแอปที่ไม่ตอบโจทย์การทำงานบางอย่าง หรือยังมีข้อจำกัดในตัวเองอยู่บ้าง เช่น การมีภาพลักษณ์ด้านการเป็นแอปสำหรับเล่นโซเชียลมากเกินไป เพราะผูกไว้กับบัญชีส่วนตัว ซึ่งอาจถูกตามส่องชีวิตส่วนตัวได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับการติดต่อด้านการทำงาน รวมถึงข้อจำกัดด้านการส่งไฟล์ เช่น การส่งไฟล์บีบอัดประเภท zip / rar ยังถูกจำกัดไว้เป็นรูปแบบไฟล์ที่ไม่ปลอดภัย ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งานที่อาศัยการโยนไฟล์ข้ามแพลตฟอร์มไปมาตลอดเวลา

นอกจากนี้ Facebook มักจะถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ชอบแอบขโมยข้อมูลผู้ใช้ ไม่ว่าจะฝั่ง Messenger หรือ WhatsApp ที่ต่างก็เป็นแอปแชทของ Facebook มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งพบว่าเมื่อคุยอะไรลงไปในแชท มักจะเด้งโฆษณาที่เกี่ยวข้องแนะนำขึ้นมาอยู่บ่อย ๆ ทาง Facebook ก็เคยออกมายืนยันว่าไม่ได้มีการเก็บข้อมูลส่วนดังกล่าวของผู้ใช้ แต่ในแง่ของความน่าเชื่อถือแล้ว Facebook ยังสร้างความมั่นใจต่อผู้ใช้งานได้ไม่ดีพอ ด้วยภาพลักษณ์ความเป็นบริษัทโฆษณา ทำให้ผู้ใช้มีความกังวลในด้าน Privacy ตามมาอยู่เสมอ

ภาพรวมของแอป Telegram

ฝั่ง Telegram เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2013 และกำลังเข้ามาตีตลาดไทยมากขึ้นในระยะ 1-2 ปีมานี้ Telegram ชูจุดเด่นอย่างมากในเรื่อง Privacy & Security ของผู้ใช้ ที่มีการ Encrypt ข้อความการสนทนาแบบ End-to-End Encryption ทำให้ยากต่อการแอบดักข้อมูลระหว่างทาง ซึ่งนี่เป็นจุดขายสำคัญที่ส่งผลให้ Telegram เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ความร้อนแรงของกระแสม็อบในปีที่แล้ว

คนเริ่มอพยพจากแอปอื่นมาใช้ Telegram มากขึ้น

จากกระแสจุดติดของ Telegram ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้นที่เริ่มได้รับความนิยม ทั่วโลกเองก็เริ่มให้ความสนใจอพยพจากแอปอื่นมาใช้ Telegram กันเยอะมากทีเดียว เมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าว Network ของ Facebook ล่มเป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมง ผู้ก่อตั้งถึงกับออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาได้ผู้ใช้ใหม่เข้ามาเพิ่มอีกเกือบ 70 ล้านคนภายในวันนั้นวันเดียว ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่คนยังหันมาให้ความสนใจใช้แอปนี้กันมากขึ้น ในขณะที่ตลาดแพลตฟอร์ม Instant Messaging ซึ่งมีตัวเลือกอยู่เยอะ ค่อนข้างจะอิ่มตัวขึ้นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ Telegram ยังมีข้อดีหลายอย่างที่ทำได้เหนือคู่แข่ง ด้วยความที่มีฟังก์ชันพื้นฐานครบเทียบเท่า และมีฟีเจอร์เพิ่มเติมให้เลือกใช้งานได้มากกว่า ทำให้เป็นแอปที่สามารถใช้งานได้เกือบทุกด้าน แถม Telegram ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการใช้งานที่ง่าย หน้าตาเรียบหรู การโหลดข้อมูลหน้าแชทที่รวดเร็ว ตัวแอปมีน้ำหนักเบา ไม่มีบริการเสริมอื่น ๆ ไม่สูบแบต ใช้งานพร้อมกันได้กับทุกแพลตฟอร์ม และเก็บข้อมูลการแชทให้ทั้งหมด บวกทั้งยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกจำนวนเยอะมากที่ LINE กับ Messenger ยังไม่มี เรียกว่าสร้างความแตกต่างจาก 2 แอปเจ้าตลาดมากพอสมควร

Telegram เผย มียูเซอร์ใหม่เพิ่มเข้ามามากถึง 70 ล้านคนในวันที่ Facebook ล่ม

อย่างไรก็ตาม แม้ Telegram จะเปิดตัวมานานแล้ว แต่สำหรับในไทยยังถือเป็นแอปน้องใหม่ที่คนยังไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ สิ่งที่ Telegram ยังขาดและเป็นสิ่งที่ค่อนข้างดึงดูดใจคนไทยหรือคนเอเชียเป็นอย่างมาก นั่นก็คือเรื่องของสติกเกอร์และธีม ที่ปัจจุบันยังมีแต่เวอร์ชันฟรีให้ใช้ ซึ่งอาจจะยังไม่หลากหลายเท่ากับ LINE หรือ Messenger ที่เป็นร้านค้าครีเอเตอร์ขนาดใหญ่ รวมถึงยังไม่มีฟิลเตอร์สำหรับใช้งานระหว่างวิดีโอคอลที่ค่อนข้างดึงดูดใจกลุ่มวัยรุ่น ดังนั้นหากมอง Telegram เป็นแอปแชทสำหรับคุยเล่นสนุกสนานกับคนรู้จัก อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ได้ดีเท่ากับ 2 แอปเจ้าตลาด ซึ่งคนจะยังจำภาพปัจจุบันของ Telegram ว่าเป็นแอปสำหรับคุยงานมากกว่า

ดังนั้นจากจุดเด่นและจุดด้อยของทั้ง 3 แอปที่กล่าวมา หากนำมาทำเป็นตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์สำคัญของแต่ละแอป สามารถสรุปได้ดังนี้ครับ

ตารางสรุปเปรียบเทียบฟีเจอร์หลักด้านการแชทระหว่าง Telegram, LINE และ Facebook Messengerฟีเจอร์การส่งข้อความฟีเจอร์ (Features)TelegramLINEFB Messengerส่งข้อความแบบไม่แจ้งเตือน✓✓✗ส่งข้อความแบบตั้งเวลาส่ง✓✗✗ส่งข้อความผ่านแชทลับ (ตั้งเวลาลบได้)✓✗✓ส่งข้อความเสียง✓✓✓ส่งสติกเกอร์✓✓✓ส่งรููปภาพเคลื่อนไหว (GIF)✓✓✓ยกเลิกส่งข้อความ (unsend)✓✓
(ภายใน 24 ชม. เท่านั้น)✓แก้ไขข้อความที่ส่งไปแล้ว✓✗✗ค้นหาข้อความในแชท✓✓✓แสดงความรู้สึกบนข้อความ✗✓✓มีห้องแชทสำหรับเก็บข้อความไว้ส่วนตัว✓✓✓ส่งคลิปวิดีโอความยาวเกิน 5 นาที✓✗

(ส่งในรูปแบบไฟล์เท่านั้น)✓ส่งรูปภาพขนาดต้นฉบับได้✓✓

(สัดส่วนภาพเดิม แต่ขนาดไฟล์ลดลง)✗ฟีเจอร์การ Login / ใช้งานบน Platformฟีเจอร์ (Features)TelegramLINEFB MessengerLogin บัญชีเดียวบนมือถือพร้อมกันได้หลายเครื่อง✓✗✓Login บน PC / tablet พร้อมกันได้หลายเครื่อง✓✗✓รองรับการใช้งานบน browser✓✗

(Chrome Extension เท่านั้น)✓วิดีโอคอลบน browser✗✗✓Login บนแอปเดียวพร้อมกันได้มากกว่า 1 บัญชี✓✗✓ย้ายข้อมูลข้าม platform✓✗✓

ฟีเจอร์อื่น ๆฟีเจอร์ (Features)TelegramLINEFB Messengerการเพิ่มเพื่อนด้วย ID✓✓✗การเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติด้วยเบอร์มือถือ ✓ ✓ ✓การวิดีโอคอลแบบกลุ่ม✓✓✓ใช้ฟิลเตอร์ขณะวิดีโอคอล✗✓✓การแสดงสถานะ ออนไลน์ / ออฟไลน์✓✗✓แสดงเครื่องหมายว่าคนรับอ่านข้อความแล้ว✓✓✓แสดงเครื่องหมายว่ามีคนกำลังจะพิมพ์ส่งมา✓✗✓แสดงจำนวนผู้อ่านแล้วในแชทกลุ่ม ✓
(ระบุตัวตนผู้ที่อ่านในหน้าป๊อปอัป) ✓ ✓
(ระบุตัวตนผู้ที่อ่านในหน้าแชท)ปักหมุดแชทไว้ด้านบนสุด✓✓✗ใช้รูปภาพเป็นพื้นหลังแชท✓

(รูปเดียวใช้ร่วมกันทุกแชท)✓

(ตั้งของแต่ละแชทเองได้)✗การจัดกลุ่มแยกหมวดห้องแชท (Folder)✓

(ตั้งโฟลเดอร์แยกได้เองอิสระ)✓

(แยกกลุ่มตามประเภทให้)✗เปลี่ยนชื่อผู้ติดต่อ✓✓✓เชิญคนเข้ากลุ่มด้วยลิงก์✓✓✗มีร้านค้าซื้อขายสติกเกอร์ / ธีม✗✓✗มีโหมดธีมมืด (dark mode)✓✓✓ล็อกแอปด้วย passcode / fingerprint✓✓✓ไฟล์ไม่มีวันหมดอายุ✓✗✓ส่งไฟล์ได้ทุกประเภท✓ ✓✗

(ไม่อนุญาตไฟล์ประเภทบีบอัด)ไม่ต้อง backup ข้อความเอง✓✗✓ปรับแต่งได้ตามใจชอบ✓ ✗
(ต้องซื้อธีม)✓ตรวจสอบอุปกรณ์ที่กำลัง login อยู่จากในแอปได้✓✗✗บล็อกเนื้อหา sensitive ได้✓✗✗

สรุปการเปรียบเทียบฟีเจอร์ของทั้ง 3 แอป

อย่างที่กล่าวกันมาตั้งแต่ต้นว่าทั้ง Telegram, LINE และ Facebook Messenger ต่างมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจตอบโจทย์ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ แต่หากพูดในเชิงเปรียบเทียบด้วยฟีเจอร์ภาพรวมของทั้ง 3 แอปแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า Telegram เป็นแอปที่มีฟีเจอร์ครบและตอบโจทย์ผู้ใช้งานโดยรวมมากที่สุด ด้วยจำนวนลูกเล่นสำคัญสำหรับใช้ในการแชทที่ค่อนข้างครอบคลุมกว่า ซึ่งจากตารางก็จะเห็นแล้วว่า Telegram เป็นแอปที่มีจำนวนฟีเจอร์เด็ดหลายตัวเยอะกว่ามาก ๆ ที่ LINE กับ Facebook Messenger ยังไม่มีในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น

การตั้งเวลากดส่งข้อความ

การแก้ไขข้อความที่ถูกส่งไปแล้วได้ทุกเวลา

การ Unsend ข้อความได้แบบไม่จำกัดเวลาและไม่ทิ้งหลักฐานเก็บไว้

ไม่มี Ads โฆษณาขึ้นคั่นในหน้ารวมแชท

ตรวจสอบอุปกรณ์ที่กำลัง login อยู่จากในตัวแอปได้เลย

บล็อกเนื้อหา sensitive ได้

นอกจากนี้ เมื่อเทียบเฉพาะข้อดีที่มีเหมือนกันทั้ง 3 แอป Telegram ก็ยังถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าอยู่หลายฟีเจอร์มาก ๆ เช่น การโทรด้วยเสียง (voice call) ของ Telegram ถือว่าโทรได้ค่อนข้างชัดเจนที่สุดในบรรดาทั้ง 3 แอป ไม่ค่อยติด ๆ ดับ ๆ ตัดเสียงรบกวนได้ค่อนข้างดี แถมตัวแอปมีขนาดเบา เปิดแอปเร็ว โหลดข้อความเร็ว และกินแบตน้อยกว่าแอปอื่นอย่างเห็นได้ชัด มีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูง ฟีเจอร์ที่มีให้เยอะกว่า และหากไม่ต้องการใช้ ก็สามารถตั้งค่าเปิดปิดได้ด้วยตัวเองทั้งหมด เรียกว่าเป็นแอปที่ทั้งเยอะทั้งปรับแต่งได้มากที่สุดแอปหนึ่งเลยทีเดียว

ดังนั้นจากความเห็นของทีมงาน Droidsans มองว่า Telegram น่าจะเป็นแอปแชทที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากที่สุด ณ เวลานี้ จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยหันมาใช้ Telegram กันมากขึ้น หรือใครยังไม่เคยใช้ก็อยากให้เปิดใจมาทดลองใช้ดู แล้วจะพบความแตกต่างและความสะดวกที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทีเดียวครับ

โหลด เกม ยู ริ 4 ฟรี เปรียบเทียบฟีเจอร์ LINE, Telegram และ Facebook Messenger แอปแชทตัวไหนน่าใช้สุด?

เกี่ยวกับผู้เขียน: aphelon

แนะนำให้คุณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *